ใครกินอยู่ดูไว้นะ แพทย์ ออกมาเผยกินอังกาบหนู ไม่ได้มีผลวิจัยว่ารักษาได้ แถมมันยังมีพิษ !! (รายละเอียด)



ต้นอังกาบหนูนั้นหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Barleria prionitis L. เป็นพืชในวงศ์ ACANTHACEAE ภาษาอังกฤษ เรียก Porcupine flower ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-1.5 เมตร ตามโคนต้นจะมีหนามแหลมยาวประมาณครึ่งเซนติเมตร กิ่งก้านของต้นอังกาบหนูจะแตกออกไปรอบ ๆ ต้น ส่วนใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบเป็นทรงรี ปลายและโคนใบจะแหลม ส่วนกลางใบจะกว้างประมาณ 0.5-1 นิ้ว ยาว 1.5-2 นิ้ว ขอบใบเรียบ มีสีเขียวอ่อน ออกดอกเป็นช่อค่อนข้างแน่น ดอกมีหลายสีทั้งสีเหลืองสด สีฟ้า สีขาว สีม่วงอ่อนแกมชมพู ที่โคนช่อดอกมีใบประดับรูปขอบขนานยาว ขอบใบเว้า ดอกส่วนโคนเชื่อมเป็นหลอด ยาว 3-4 เซนติเมตร ด้านนอกมีขนและมีเกสรผู้ 4 อัน แบ่งเป็นเกสรสั้น 2 เกสรยาว 2 ผลอังกาบหนูเป็นฝักรูปยาวรี ปลายและโคนแหลม ด้านในมีเมล็ดประมาณ 4 เมล็ดซ่อนอยู่



จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์โพสต์ ที่เจ้าของที่ดินแห่งหนึ่งที่มีต้นอังกาบหนูขึ้นอยู่ในพื้นที่ 14 ไร่ เลยประกาศให้เข้าไปเก็บได้ฟรีๆทั้งนี้ทั้งชาวบ้านและจังหวัดใกล้เคียงก็แห่ไปเก็บกันเป็นจำนวนมาก อ้างถึงสรรพคุณของใบอังกาบหนู ว่าสามารถรักษาเซลล์ร้ายได้ และหายมาแล้วกว่า 10 รายนั้น

ต่อมานายแพทย์สมศักดิ์ นุกูลอุดมพานิชย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย  กล่าวว่า ในทางการแพทย์ ยังไม่มีแหล่งข้อมูลไหนที่ยืนยันว่า อังกาบหนู สามารถช่วย หรือมีส่วนรักษาเซลล์ร้ายได้จริง และขอให้คำนึงถึงปริมาณในการกินด้วย เพราะอาจมีผลกระทบต่อไตได้

ล่าสุด นพ..ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนว่า ประชาชนที่จะนำอังกาบหนูไปต้มดื่ม ไม่ควรดื่มต่อเนื่องเกิน 7 วัน เพราะหากกินมากเกินไป อาจจะเกิดอาการเป็นพิษได้ โดยให้เว้นช่วงหยุด 3-5 วันแล้วค่อยกลับมารับประทานใหม่

ไฮไลท์



คลิปชาวบ้านแห่เก็บอังกาบหนู

คลิป



ขอบคุณ ที่มา: https://www.siamvariety.com/view-32298.html
คลิปจาก: https://www.facebook.com/SiamStories/videos/2028754114105767/

คุณน่าจะชอบ