เด็กโกหกน้องผมไม่ผิด พี่ชาย แม่เลี้ยงใจยักษ์ทำร้าย ด.ช.14 โดดป้องน้องสาว ลั่น น้องผมเป็นคนดี



จากกรณีที่ทำเอาชาวเน็ตแห่ วิพากษ์วิจารณ์ กันเป็นจำนวนมาก หลังเด็กชายวัย 14 ปีถูกพ่อและแม่เลี้ยงทำร้ายจนเด็กชายต้องหนีออกจากบ้าน ปั่นจักรยานหนีไปหาแม่แท้ๆ ที่ จ.ระยอง โดยใช้เวลาปั่นจักรยานจากปทุมธานี 3 ชั่วโมง ไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้แม่มารับกลับไปอยู่ด้วย



ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.คลองหลวง ได้นำตัว น.ส.นรินทร และนายอัครเศรษฐ์พร เข้าห้องขังโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันอยู่

ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเข้าไปที่ห้องขังนั้น ทางด้าน น.ส.นรินทร (แม่เลี้ยง) ได้วิ่งเข้ามาตบกล้องของผู้สื่อข่าวที่กำลังถ่ายวิดีโออยู่ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าทางนายอัครเศรษฐ์พร พ่อของเด็กชายอายุ 14 ปี ยอมรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนตีลูกเอง ไม่ได้เกี่ยวกับแม่เลี้ยงที่ตนทำไปนั้นเป็นการสั่งสอนเพียงเท่านั้น



ล่าสุด นายสกล เกศตุสุวรรณ พี่ชายของน.ส.นรินทร เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ที่คอยส่งเสียค่าเรียน ดูแล ช่วยเหลือน้องสาวคนนี้มากว่า 15 ปี เนื่องจากน้องสาวไม่มีพ่อ แม่ ตั้งแต่เด็ก

จึงอยู่ในโอวาทตนมาตลอด จึงรู้นิสัยใจคอกันมานาน ขอยืนยันว่าน้องสาวไม่มีพฤติกรรมรุนแรงตามที่เป็นข่าว ไม่เป็นความจริงตามที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่เลี้ยงใจยักษ์ เชื่อมั่นว่าน้องสาวไม่มีทางทำร้ายลูกเลี้ยงคนนี้อย่างแน่นอน อีกทั้งตนไว้วางใจน้องสาวคนนี้มากเพราะเป็นคนดี ให้รถไว้ใช้ ฝากให้ดูแลลูกให้ตนด้วย หากว่าน้องไม่ใช่คนดีจริง หรือหากเป็นคนรุนแรงจริง คงไม่ให้มาอยู่กับลูกตัวเอง

โดยส่วนตัว มองว่า เด็กวัย 14 รักแม่เลี้ยง และตัวน้องสาวก็รักเด็กคนนี้ ยืนยันว่าไม่มีปมขัดแย้งส่วนตัวระหว่างเด็กและแม่เลี้ยง เพียงแต่เคยรับรู้ว่า เด็กชาย 14 ปีคนนี้ ชอบโกหก ไม่มีความรับผิดชอบในตัวเอง ดูแลตัวเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มีพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว ใช้ชีวิตร่าเริงแจ่มใสเป็นปกติ อีกทั้งที่ผ่านมาแม่เลี้ยงดูแลเด็กชายวัย 14 ปีเป็นอย่างดี มักไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้ง

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา เด็กชายวัย 14 ปีรายนี้ โดนแมลงต่อยที่หูจนเกิดอาการบวม ต้องพาเด็กไปรักษา อีกทั้งเด็กคนนี้ มักจะมีแผลง่ายกระแทกนิดหน่อยก็เขียวช้ำ จึงมั่นใจว่าน้องสาวไม่มีพฤติกรรมรุณแรง หรือโหดเหี้ยมตามที่เป็นข่าวแน่นอน ภายหลังจากเกิดเรื่อง พ่อและปู่ของเด็กพยายามติดต่อเข้าไปพูดคุยกับยายของเด็กแล้ว เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคนในครอบครัว อยากให้พูดคุยกัน แต่ไม่สามารถพูดคุยได้ จนกระทั่งเกิดกระแสข่าวออกมา



(ภาพจาพ ทุบโต๊ะข่าว)

ส่วนน้องสาวและน้องเขยยืนยันว่าไม่มีการหลบหนีตามที่เป็นข่าว เนื่องจากหลังที่มีกระแสข่าวออกมาว่าเด็กหลบหนีไปหาแม่ที่ จ.ระยอง ตนและน้องสาวยังเดินทางไปกินข้าวนอกบ้านตามปกติ จนกระทั่งทราบข่าวจากการแชร์ในโลกออนไลน์ว่าเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย น้องสาวเครียดและกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงให้พักอาศัยที่บ้านของตนไปก่อนโดยวันนี้ตั้งใจที่จะมอบอำนาจให้แก่ทนายความเดินทางไปติดตามคดีที่ สภ.คลองหลวง แต่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมตัวน้องสาวตามหมายจับเสียก่อน ซึ่งขณะเข้ามาจับกุมก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะสู้คดีเพื่อความยุติธรรมให้ถึงที่สุด เพราะส่วนตัวมั้นใจว่าน้องสาวตนไม่ผิด และท้าว่าถ้าพิสูจน์มีหลักฐานว่าผิดจริง พร้อมตัดหางปล่อยวัดทันที



ขอบคุณที่มา ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

คุณน่าจะชอบ