ด่วน อาม ชุติมา ร่ำไห้ก้มกราบ ค่ายนายพลยอมฉีกสัญญา (รายละเอียด)



หลังจากยืดเยื้อมานาน สำหรับปัญหาระหว่างนักร้องลูกทุ่งสาว อาม ชุติมา และ นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ กรณีลิขสิทธ์เพลง และสัญญานักร้อง ที่ติดอยู่ในค่ายไหทองคำเรคคอร์ด 2 ปี 7 เดือน ซึ่งระหว่างนี้กำลังอยู่กระบวนการทางกฏหมาย ที่ได้รับความช่วยเหลือจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม , ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์

ล่าสุดในวันนี้ (30 ต.ค 61) ทางเพจ “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” ของนายอัจฉริยะ มีการโพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ข่าวดี !! ชมรมร่วมกับทนายสงกรานต์ ได้ประสานค่ายนายพล ฉีกสัญญาให้น้องอาม ชุติมา ติดตามเรื่องนี้ได้ในรายการโหนกระแส ช่อง 28sd วันนี้ เวลา 13.30 น.”

โพสต์ดังกล่าว



ฉีกสัญญาแล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายพรพลเจ้าของค่ายนายพลได้ไปออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 28โดยช่วงตอนหนึ่งได้กล่าวเปิดใจว่าไม่ได้รู้กัน เริ่มแรกผมไม่รู้จักอามเป็นการส่วนตัว แต่นับถือเขาเป็นเด็กที่เก่งคนหนึ่ง วันที่เดือนปี61พอไปปุ๊บ ผมก็ว่าน้องคนนี้ เขาไม่อยากอยู่กับไหทองคำ ผมก็ช่วยเขามาตลอด หนึ่งพยายามคุยกับประจักษ์ชัยว่าให้คุยกันดีๆ หาทางออกดีๆ กัน น้องยังเด็ก น้องก็ทำให้คุณพอสมควรแล้ว นี่เราคุยกัน น้องอามก็ถามผมก่อนกลับว่าหนูขึ้นงานได้มั้ย ทำการแสดงได้มั้ย ผมช่วยเหลือเขาตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผมบอกว่ารับงานได้ ผมบอกว่าอามขึ้นเลย มีอะไรเดี๋ยวผมไปช่วย ทุกที่ ผมไม่มีเจตนาตรงนั้นอยู่แล้ว คุณประจักษ์ชัยต้องฟ้องผมด้วยตอนนี้ เพราะผมไปทำสัญญาซ้อน ไม่มีการรู้กันผมเปิดตรงนี้ได้มั้ยอามจะได้เห็น



ส่วนเรื่องการผิดสัญญาเรียกค่าเสียหาย เป็นเงินล้านบาท ไม่มีล้านเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมรู้เห็นเป็นใจกับเขาผมก็ต้องดับเครื่องชนกับเขา เพราะผมก็ถือตัวนั้นไว้ เขาก็ถือไว้ ผมมีสิทธิ์ฟ้องเขา แต่ผมไม่เคยตอบโต้อาม ทุกครั้งไม่เคยเลย บริษัทนายพล เรารู้ว่าเราอยู่ในที่ของเรา เราไม่เคยตอบโต้กับเด็ก ตอบโต้ไปเราก็เสีย แล้วอามไปให้สัมภาษณ์ ผมก็ไม่ติดใจ เพราะเขายังเด็ก ผมไม่ได้หลอกเขา การที่เขาต้องเซ็น ผมจะบอกว่าประจักษ์ชัยต้องด่าผม

สำหรับเรื่องความเห็นการฟ้องร้องเด็กเป็นจำนวนเงินสูงถึง 21ล้านผมว่าเงินไม่เท่าไหร่ เข้าใจความรู้สึกและศักดิ์ศรี แต่ผมคิดว่าคุณประจักษ์ชัยไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนี้ ลึกๆ เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่คอนเน็กชั่นเขาอินดี้ การพูดจาโผงผางไปนิดนึง ผมก็เตือนประจักษ์ชัยแล้ว เรามาคุยกันดีๆ สองเรามีทางออกอย่างไร ไม่ต้องไปฟ้องหรอก



จากนั้น เจ้าของค่ายนายพล ได้กล่าวว่าผมก็บริสุทธิ์ใจกับน้องอามมาตลอด ผมเอ็นดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ถ้าผมเป็นคนอคติกับเขาหรือเคี่ยวกับเขา ผมก็ต้องสู้กับเขา แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกคืนให้น้อง ให้น้องไปนอนคิดว่าผมทำให้เขาโดยที่ผมไม่ได้หลอกเขา เราบริสุทธิ์ใจอยากช่วยเขาจริงๆ อยากให้เขาเติบโตในวันข้างหน้า



ภาพจาก รายการโหนกระแส

ก่อนอาม ชุติมา จะร่ำไห้กล่าวก้มกราบขอบคุณนายห้าง พร้อมผู้ใหญ่และประชาชนที่เป็นกำลังใจให้ ก่อนจะอยากขอโอกาสจากคู่กรณีให้มาไกล่เกลี่ย พูดคุยกัน



ขอบคุณ รายการโหนกระแส , ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ขอบคุณ ที่มา: siamnews.com

คุณน่าจะชอบ